ข่าวเกี่ยวกับแอดมิชชั่น
 

17 เวปประกาศแอดมิชชั่นสกอ.มั่นใจระบบไม่ล่มชัวร์

คณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ประกาศผลการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาด้วยระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษาหรือแอดมิชชั่นประจำปีการศึกษา 2552 แล้ววันนี้(7 พ.ค.) ผู้สมัคร 119,377 คนดูผลการคัดเลือกผ่านเว็บไซต์สกอ. www.cuas.or.th และพันธมิตรทั้ง17 แห่งเลขาธิการกกอ.มั่นใจระบบไม่ล่มชัวร์

ดร.สุเมธแย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยว่าสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) พร้อมประกาศผลการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาด้วยระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษาหรือแอดมิชชั่นประจำปีการศึกษา 2552 โดยในปีนี้มีผู้สมัครแอดมิชชั่นจำนวนทั้งสิ้น119,377 คนโดยนักเรียนสามารถเข้าดูผลการคัดเลือกผ่านทางเว็บไซต์ของสกอ. www.cuas.or.th และพันธมิตรทั้ง17 แห่งดังนี้
  1. มหาวิทยาลัยกรุงเทพhttp://entrance.bu.ac.th
  2. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครwww.mut.ac.th
  3. มหาวิทยาลัยศรีปทุมwww.spu.ac.th
  4. มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยwww.utcc.ac.th
  5. มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญwww.utown.in.th
  6. บริษัทเกมเอ็ด ซอฟท์แวร์ จำกัด มี 3 ช่องทาง
       1. www.3gsms.in.th
       2. http://admission.getcools.com
       3. SMS พิมพ์AM เว้นวรรคตามด้วย เลขที่ใบสมัคร 7 หลักและตามด้วยเลขประจำตัวนักเรียน 7 หลักแล้วส่งมายัง หมายเลข 4849333
  7. บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) กด*751*เลขที่สมัคร7 หลัก*9# แล้วให้บริการเฉพาะผู้ใช้ โทรออก มือถือระบบดีแทคหรือแฮปปี้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
  8. บริษัทเนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด www.247friend.net
  9. บริษัทวัฏฏะ คลาสสิฟายด์ส จำกัด 2 ช่องทางได้แก่www.elearneasy.com และนิตยสารAdmissions 2552
  10. บริษัทสนุก ออนไลน์ จำกัดwww.sanook.com
  11. บริษัทสามารถ มัลติมีเดีย จำกัด
       1. www.bug1113.com
       2. สอบถามทางโทรศัพท์หมายเลข 1113 ค่าใช้จ่าย7 บาทต่อนาที(ทั่วประเทศ) และสอบถามทางโทรศัพท์และส่งSMS เสียค่าใช้จ่าย7 บาทต่อนาที(ทั่วประเทศ) และข้อความSMS ละ3 บาท
  12. บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) www.12call.ais.co.th และhttp://wap.mobilelife.ais.co.th
  13. บริษัทไอ เอดดูเคชั่น โซน จำกัด www.eduzones.com
  14. สมาคมนักเรียนเก่าบดินทรเดชา(สิงห์สิงหเสนี) www.bodinzone.com
  15. ห้างหุ้นส่วนสามัญโฮสติ้ง โซลูชั่น www.ThaiStudent.info
  16. เอ็มเอกซ์ โฟน ดอท คอม www.mxphone.com
  17. นายณัฐพงศ์อุดมการณ์ www.entrance.in.th และwww.ent52.com
อย่างไรก็ตามสกอ.มั่นจะว่าระบบจะไม่ล่มเพราะครั้งนี้มีพันธมิตรเข้าร่วมถึง17 แห่งทำให้กระจายนักเรียนตรวจสอบได้มากขึ้นและหากนักเรียนคนใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามมายังสกอ.ได้ทันทีโทร.02-576-555 ,02-576-5777,0-2610-5435-7 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันที่ 7 พฤษภาคม เวลา 11.00 น. ที่ สกอ. นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมช.ศึกษาธิการ และเลขาธิการ กกอ.จะแถลงข่าวการประกาศผลแอดมิชชั่นส์ปีการศึกษา 2552 และเปิดศูนย์เฉพาะกิจเพื่อให้คำปรึกษาและช่วยเหลือนักศึกษาใหม่ ปีการศึกษา 2552 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนผู้ปกครองที่มีปัญหาขาดแคลนด้านการเงินเพื่อเป็นค่าเล่าเรียนบุตรในสถาบันอุดมศึกษา


ที่มา : คมชัดลึก


คณะวิทย์เล็งปรับแอดมิชชัน'53 แยกสอบ “ฟิสิกส์-เคมี-ชีวะ” แก้ได้เด็กอ่อนคณิต-วิทย์เข้าเรียน

ที่ประชุมคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ เตรียมทบทวนสัดส่วนองค์ประกอบแอดมิชชันปี 2553 คณะวิทยาศาสตร์ ให้แยกสอบ PAT2 เป็นฟิสิกส์ เคมี ชีวะ วิชาละ 15% ส่วน PAT1 คณิตศาสตร์ใช้ 15% ส่วนที่เหลืออีก 40% ใช้คะแนน “GAT-โอเน็ต-จีแพกซ์” แก้ปัญหาได้เด็กวิทย์-คณิต อ่อนเข้าเรียนในคณะ ขณะที่คณบดีคณะวิศวะ ยังไม่ได้ข้อสรุปใช้สัดส่วนใดบ้าง แต่คาดไม่ต่างจากคณะวิทยาศาสตร์เท่าไหร่ เร่งประชุมสัปดาห์นี้ก่อนเสนอ ทปอ.พิจารณา

จากมติที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ยืนยันว่า การรับบุคคลเข้าศึกษาในระบบกลาง แอดมิชชัน ปี 2553 จะเป็นไปตามที่เคยประกาศไว้ คือ ใช้คะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร ม.ปลาย หรือ จีแพกซ์ (GPAX) ร้อยละ 20 คะแนนการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต (O-NET) ร้อยละ 30 ที่เหลือเป็นคะแนนสอบวัดความถนัดทั่วไป หรือ แก็ต (General Aptitude Test : GAT) และคะแนนสอบวัดความถนัดทางวิชาชีพ หรือ แพท (Professional A Aptitude Test : PAT) พร้อมกันนี้ ทปอ.มีมติ เรื่องสัดส่วนการใช้คะแนน GAT-PAT ของแต่ละสาขาวิชายังสามารถปรับเปลี่ยนได้ โดยในปลายเดือน พ.คนี้ จะให้สภาคณบดีของแต่ละสาขาวิชา หาข้อสรุปว่า แต่ละสาขาจะปรับเปลี่ยนค่าน้ำหนักคะแนนของ GAT และ PAT เท่าใด แล้วเสนอมาที่คณะทำงานศึกษาแอดมิชชันฟอรัมปี 53 เพื่อนำเข้าหารือในการประชุม ทปอ.วิชาการ ระหว่างวันที่ 31 ก.ค.-1 ส.ค.นี้

รศ.ดร.สุพจน์ หารหนองบัว คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ที่ประชุมคณบดีคณะวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย (ทวท.) คงมีการทบทวนเรื่องสัดส่วนคะแนน PAT ใหม่อีกครั้ง ในวันที่ 25- 26 พ.ค.นี้ ซึ่ง 2 วันดังกล่าว ทวท.จะหารือถึงแนวทางในการแก้ปัญหาคุณภาพเด็กที่เข้ามาเรียนคณะวิทย์ ว่ามหาวิทยาลัยควรดำเนินการรูปแบบไหน เพื่อผลิตนักศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ที่มีคุณภาพ อันนำไปสู่การพัฒนาประเทศต่อไป และสัดส่วนคะแนน GAT/PATซึ่งคาดว่าคงไม่แตกต่างไปจากที่ประชุมหารือกัน เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2552 ที่ผ่านมา โดย PAT 2 ด้านวิทยาศาสตร์ แบ่งออกเป็น PAT 2.1 ความถนัดทางเคมี PAT 2.2 ความถนัดทางชีววิทยา และ PAT 2.3 ความถนัดทางฟิสิกส์ และจะเสนอให้ปรับแก้องค์ประกอบและค่าน้ำหนักแอดมิชชัน สำหรับคณะวิทยาศาสตร์ โดย PAT 2.1-2.3 ให้มีค่าน้ำหนักอย่างละ 15% และ PAT 1 ความถนัดทางคณิตศาสตร์ 15% รวมเป็น 60% ส่วนที่เหลืออีก 40% ขอใช้คะแนน GAT 10% โอเน็ต 20% และจีแพ็ค 10% เพราะหากไม่จัดสัดส่วนให้ PAT 2 รวมกัน 60 % คงไม่สามารถคัดเด็กที่มีความรู้พื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์ เข้าเรียนคณะวิทยาศาสตร์ได้

“การคัดเลือกเด็กเข้าเรียนคณะวิทยาศาสตร์ หรือคณะที่ต้องนำวิทยาศาสตร์ไปใช้นั้น หากไม่ได้กำหนดสัดส่วนคะแนนวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจน และเหมาะสมแล้ว คงไม่สามารถคัดเด็กที่มีคุณภาพเข้าเรียนวิทยาศาสตร์ เพราะต่อให้คณะวิทยาศาสตร์ไม่ใช่คณะยอดนิยม แต่หากดูคณะยอดนิยม เช่น วิศวกรรมศาสตร์ และคณะที่ต้องนำวิทยาศาสตร์ไปใช้แล้ว ผลการเรียน หรือคุณภาพของเด็กตอนนี้ต่ำลงกว่าเดิม ดังนั้น แม้การคัดเลือกเข้าเรียนด้วยระบบแอดมิชชันกลาง เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ทำให้เด็กเข้าเรียนคณะวิทย์คุณภาพต่ำ แต่หากมีการกำหนดสัดส่วนที่เหมาะสมเชื่อว่าเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่สามารถคัดเด็กที่คุณภาพ และมีความรู้พื้นฐานตรงสาขาที่จะเรียน”รศ.ดร.สุพจน์ กล่าว

คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวต่อว่า โดยส่วนตัวแล้ว อยากให้ใช้แอดมิชชันตรง หรือรับตรงมาใช้ในการคัดเลือกเด็กเข้าศึกษาต่ออุดมศึกษาเป็นหลัก เพราะแต่ละคณะ แต่ละสาขา แต่ละสถาบันมีความแตกต่างกัน อีกทั้งการผลิตบัณฑิตมีเป้าหมายต่างกันด้วย ดังนั้น การหาจุดยืนร่วมกันตรงความต้องการของทุกคณะอาจเป็นเรื่องยาก แต่หากใช้ข้อสอบกลางในการวัดความรู้ ความสามารถ คุณภาพของเด็กร่วมกัน ส่วนคณะไหน มหาวิทยาลัยใช้สัดส่วนเท่าใด ขึ้นอยู่กับแต่ละคณะ แต่ละมหาวิทยาลัยนั้นๆ น่าจะง่ายกว่า อย่างไรก็ตามเพื่อไม่ให้เด็กวิ่งสอบ ทางคณะวิทยาศาสตร์เห็นด้วย แต่ก็ควรสามารถคัดเด็กมีคุณภาพตรงสาขาวิชาที่เข้าเรียนด้วย

รศ.ดร.กอบชัย เดชหาญ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.) กล่าวว่าในกลุ่มของคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จะประชุมกันภายในสัปดาห์นี้ เพื่อทบทวนเรื่องสัดส่วนคะแนน PAT1 ทางคณิตศาสตร์ และ PAT2 ทางด้านวิทยาศาสตร์ เพราะหากไม่มีการจัดสัดส่วนที่เหมาะสม เด็กที่สอบเข้ามาเรียนคณะวิศวะฯ โดยผ่านระบบแอดมิชชันกลาง คงมีความรู้พื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ไม่แน่นพอที่จะเรียนคณะวิศวะ เนื่องจากตอนนี้ต้องยอมรับว่าเด็กที่เข้ามาเรียนคณะวิศวะ มีความรู้พื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์ ต่ำมาก ทำให้บางคนไม่สามารถเรียนต่อได้ เสียโอกาส และเสียเงินมากขึ้น ดังนั้น หาก ทปอ.ให้แต่ละที่ประชุมคณบดี เสนอสัดส่วนค่าน้ำหนักคะแนน GAT/ PATทางคณะวิศวะ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุป แต่เบื้องต้น คงมีสัดส่วนที่เหมาะสม ไม่แตกต่างจากคณะวิทยาศาสตร์อย่างแน่นอน


ที่มา : ผู้จัดการ


รามยอดนิยมคนแห่เรียน ใช้หน่วยกิตเทียบโอนจบ ป.ตรีเร็ว

ความนิยมสมัครเรียน Pre-degree ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงพุ่งสูงขึ้นทุกปี โดยได้รับความสนใจจากนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายทั่วประเทศ ด้วยความเชื่อมั่นว่าทำให้มีโอกาสเรียนจบมหาวิทยาลัยและมีงานทำก่อน อีกทั้งยังศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นได้เร็วกว่าเกณฑ์ปกติด้วย

รศ.คิม ไชยแสนสุข อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง (มร.) เปิดเผยว่า การศึกษาระบบ Pre-degree ของ มร.เป็นการให้โอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนที่กำลังศึกษาในชั้น ม.ปลาย หรือผู้ที่สำเร็จชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ได้เรียนในมหาวิทยาลัยล่วงหน้า เป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่การศึกษาระดับปริญญาตรีต่อไป โดยผู้เรียนสามารถนำหน่วยกิตที่สะสมไว้มาเทียบโอนเมื่อจบ ม.ปลาย และสมัครเป็นนักศึกษารามคำแหง ทำให้มีโอกาสเรียนจบปริญญาตรีเร็วขึ้นกว่าเกณฑ์ปกติ จึงทำให้มีโอกาสที่ดีในชีวิตที่เรียนจบและมีงานทำก่อน อีกทั้งยังสามารถศึกษาต่อในระดับปริญญาโทได้เร็วกว่าผู้อื่นด้วย

“มีตัวอย่างของนักเรียน Pre-degree หลายรายที่สามารถสะสมหน่วยกิตได้เป็นจำนวนมากเมื่อจบ ม.ปลาย และมาสมัครเป็นนักศึกษาก็เรียนอีกเพียง 1 ภาคการศึกษา หรืออีก 1-2 ปีเท่านั้นก็สำเร็จปริญญาตรีในขณะที่มีอายุเพียง 18-19 ปี และเป็นการจบอย่างมีคุณภาพด้วย เพราะบางรายก็เรียนต่อเนติฯ และสอบเนติฯ ได้ขณะที่มีอายุ 19-20 ปีเท่านั้น ขณะที่บางรายก็สอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อปริญญาโททั้งสถาบันการศึกษาภายในประเทศและต่างประเทศ”

อธิการบดี มร. กล่าวเสริมว่า จากความสำเร็จของการเรียนแบบ Pre-degree ที่มีตัวอย่างให้เห็นเด่นชัด ทำให้ความนิยมของเยาวชนที่สมัครเรียน Pre-degree มีแนวโน้มมากขึ้นทุกปี จากจุดเริ่มต้นเมื่อปี 2537 มีผู้สมัครเรียน Pre-degree เพียง 349 คน ถึงปี 2550 มีจำนวนเพิ่มถึง 10,843 คน และปีล่าสุดที่ผ่านมา (2551) มีผู้เรียน Pre-degree สูงถึง 11,094 คน และเชื่อว่าจะได้รับความสนใจจากนักเรียนชั้น ม.ปลายสมัครเรียน Pre-degree เพิ่มขึ้นทุกปี ดังนั้น จึงขอเชิญชวนผู้สนใจสมัครเรียน Pre-degree ซึ่งเปิดรับสมัครทั้งในส่วนกลาง (มร.หัวหมาก) และสาขาวิทยบริการส่วนภูมิภาค 21 จังหวัดทั่วประเทศ โดยในภาค 1 ปีการศึกษา 2552 นี้จะเปิดรับผู้สนใจเรียน Pre-degree พร้อมกับการรับสมัครนักศึกษาใหม่ ระหว่างวันที่ 6-17 พ.ค.52

รศ.คิม กล่าวอีกว่า มร.จะเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ระดับปริญญาตรีในภาค 1 ปีการศึกษา 2552 ระหว่างวันที่ 6-17 พ.ค.52 ซึ่งจะเปิดรับสมัครทั้งที่ส่วนกลาง (หัวหมาก) และที่สาขาวิทยบริการส่วนภูมิภาค 21 จังหวัดทั่วประเทศนั้น การรับสมัครที่ มร.หัวหมากในปีนี้จะใช้ระบบ Super Service ให้การดำเนินการในทุกๆ ขั้นตอนของการสมัครสะดวก รวดเร็ว สร้างความประทับใจและความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้มาสมัคร โดยทุกขั้นตอนจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในอาคารหอประชุมพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ในลักษณะของ One Stop Service ที่นำมาใช้ตั้งแต่การรับสมัครในปีที่ผ่านมา

อธิการบดี มร. ยังกล่าวต่อว่า การรับสมัครในปีนี้มหาวิทยาลัยยังคงค่าหน่วยกิตในอัตราเดิมคือ หน่วยกิตละ 25 บาท เพราะเข้าใจถึงความเดือดร้อนของผู้ปกครองที่ต่างได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ และจะได้มีส่วนร่วมในการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง ซึ่งการเรียนที่รามคำแหงจนจบปริญญาตรีหลักสูตร 4 ปี เสียค่าหน่วยกิตเพียง 8,960 บาท นอกจากนี้ยังมีทุนการศึกษาสนับสนุนนักศึกษาหลายประเภท ทั้งกองทุนกู้ยืม กยศ. ทุนเรียนดี 5G และทุนสนับสนุนจากมูลนิธิและองค์กรการกุศลที่มีผู้บริจาคให้เป็นจำนวนเพียงพอต่อการสนับสนุนนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์

“แม้จะจัดการศึกษาโดยเก็บค่าหน่วยกิตในราคาถูก แต่ก็สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีคุณภาพ เพราะรามคำแหงเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ มีอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ มีสื่อการสอนที่ทันสมัย มีการสร้างเสริมประสบการณ์ทางด้านวิชาชีพแก่นักศึกษา ทำให้นักศึกษามีความรู้ ความสามารถ และสำเร็จเป็นบัณฑิตที่มีความรู้คู่คุณธรรม ซึ่ง 37 ปีที่ผ่านมา บัณฑิตรามคำแหงได้รับความยอมรับและประสบความสำเร็จมีความก้าวหน้าในวิชาชีพอย่างดียิ่ง”

อธิการบดี มร. ยังให้ความมั่นใจกับผู้ปกครองว่า มหาวิทยาลัยจะดูแลลูกศิษย์ให้เหมือนลูกหลานของตนเอง โดยได้มอบนโยบายให้คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ เอาใจใส่และดูแลนักศึกษาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เรียนอย่างมีความสุข มีความอบอุ่น และผู้ปกครองจะวางใจได้ว่าลูกหลานของท่านจะเรียนจบเป็นบัณฑิตจากรามคำแหงอย่างมีความรู้คู่คุณธรรม


ที่มา : บ้านเมือง